สสว.ร่วมกับ สทท.เปิดตลาดนัด Recharge Market 2025 ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู SME จากสาธารณภัย ปี 2567 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา จัดเต็มกิจกรรมพร้อมผู้ประกอบการ SME ทั่วไทย กว่า 250 ราย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดสร้างรายได้ 25 ล้านบาท

นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.),
นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พร้อมด้วยนายเอก ยังอภัย ณ สงขลา
นายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้เกียรติเปิดงานและเยี่ยมชมบูธร้านค้า พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี
ที่มาร่วมออกร้านในงาน “ตลาดนัดรีชาร์จ ฟื้นฟู SME ไทย : Recharge Market 2025 เติมพลัง SME เติมพลังโลก” ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู SME จากสาธารณภัย ปี 2567 โดย สสว. ร่วมกับ สทท.ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย
ทั้งทางตรงและทางอ้อมมาร่วมออกงานแสดงสินค้า พร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ MSME และกระจายรายได้
ให้เกิดการหมุนเวียนในพื้นที่ทุก ๆ ภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการตลาดในการเตรียมความพร้อมให้กับ
ผู้ประกอบการ SME ที่จะเข้าสู่การแข่งขันและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
ภายในงาน พบกับร้านค้าจากผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศกว่า 250 บูธ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการจากธุรกิจ
ท่องเที่ยว สินค้าอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย เติมสีสันด้วยความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ กิจกรรมส่งเสริมการขายนาที
ทอง / การแสดงวงดนตรี / กิจกรรม Meet and Talk กับอินฟลูอินเซอร์ระดับประเทศอย่าง “จูรี แหลงเล่า” และ “นัท นิ
สามณี” เจ้าของแบรนด์ Lip it รวมถึงคอนเสิร์ตจาก “โบกี้ ไลอ้อน” พิเศษ! ร่วมสนุกกับกิจกรรม Check and Share แลก
รับคูปองเงินสดมูลค่า 50 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าภายในงาน และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมจับคู่เจรจาทางธุรกิจ
ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่า จะสามารถ
สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้ถึง 25 ล้านบาท
งานมีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ณ Conference Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ.หาดใหญ่ จังหวัด
สงขลา

สอบถามเพิ่มเติม
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
โทร. 1301, 02-142-9000
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
022505500 ต่อ 1645-8

“สสว. เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย”

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.