แสงสี ดนตรี ใจกลางหาดใหญ่ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวด้วยบิ๊กอีเว้นต์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดระยะใกล้สู่จังหวัดภาคใต้ของไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน “Hatyai Outloud” เทศกาลศิลปะ แสงสี ดนตรี ใจกลางหาดใหญ่ ณ ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันและย่านตึกเก่าถนนนิพัทธ์อุทิศ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567

โดยมี นางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท. ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พล.ต.ท. สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลานายอำเภอหาดใหญ่

Screenshot

และ นางพัฒน์สี เพิ่มวงศ์เสนีย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ ททท. เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวด้วยบิ๊กอีเวนต์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดระยะใกล้สู่จังหวัดภาคใต้ของไทย
นางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท. กล่าวว่า งาน Hatyai Outloud เป็นหนึ่งในบิ๊กอีเวนต์ภายใต้โครงการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short Haul Tourists) ตามนโยบาย IGNITE THAILAND’s TOURISM

ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งอีเวนต์ในรูปแบบต่าง ๆ มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ส่งมอบประสบการณ์น่าประทับใจให้นักท่องเที่ยว

Screenshot

ผ่านเทศกาลศิลปะ แสงสี ดนตรี ปักหมุดโลเคชันใจกลางหาดใหญ่ จุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยการเนรมิตบรรยากาศเมืองหาดใหญ่ ย่านตึกเก่า และถนนนิพัทธ์อุทิศ ให้เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนานจากงานศิลปะและดนตรี ทั้งนี้ ททท. หวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมช่วยตอกย้ำบทบาทการท่องเที่ยวไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค ยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก


ภายในงานจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายเอาใจนักท่องเที่ยวผู้รักในศิลปะและดนตรี อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ประเดิมความสนุกสนานในวันที่ 30 สิงหาคม 2567 พบกับวง Paradox และไปต่อในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 กับวง Musketeers พร้อมส่งท้ายความสนุกสนานในวันที่ 1 กันยายน 2567 พบกับ วง Lomosonic สนุกสนานกับกิจกรรมเวิร์กชอปภายในงาน เช็กอินหาดใหญ่กับจุดถ่ายรูปที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และของอร่อยจากร้านดังมากมายที่คัดสรรมาให้แก่นักท่องเที่ยวได้ชม ชิม ช้อป กันแบบจุใจ

ทั้งนี้ นอกจากการจัดอีเวนต์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ททท. ยังเดินหน้าส่งเสริมการตลาดในระยะใกล้อย่างต่อเนื่องโดยมือร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยว Trip.com จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ ตลอดทั้งเดือนกันยายน 2567 จัดเต็มดีลที่พักและแพ็กเกจท่องเที่ยว พร้อมส่วนลดพิเศษ เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว โดย ททท. คาดการณ์ว่าภายในเดือนสิงหาคม 2567 จะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 3.2 ล้านคน โดยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และตั้งเป้าหมายในปี 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าไทยมากกว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 150,000 ล้านบาท ในขณะที่ภายในเดือนสิงหาคม 2567 จะมีนักท่องเที่ยวสิงคโปร์เดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้นกว่า 6 แสนคน โดย ททท. ตั้งเป้าหมายในปี 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสิงคโปร์เดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 1 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 48,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ งาน “Hatyai Outloud” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 เวลา 16.00 – 23.00 น. โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ฟรี สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Trip.com และ Facebook Page : Amazing Thailand หรือ โทร 1672 Travel Buddy

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.