ผู้เขียน: Kasima

สงขลา / สมาคมนักข่าวฯ จับมือกองทุนสื่อฯ เสริมเขี้ยวเล็บพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนระดับภูมิภาคทั่วประเทศ ยกระดับทำข่าวยุคดิจิทัลภายใต้มาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ มีทักษะรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังข่าวเฟคนิวส์เมื่อวันที่ ( 15 สิงหาคม 2568 ) เวลา 09.00 น ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร (Best Western Chatuchak) กรุงเทพมหานคร นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดกิจกรรม และ นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล บรรณาธิการ ข่าวภูมิภาคหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวต้อนรับ นักข่าวภูมิภาค พูดถึงการทำงานเป็นทีมไม่ว่าอยู่สื่ออะไรหัวใจสำคัญคือการรักและเคารพกัน ต้องมีมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ มีทักษะในการรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังสื่อ ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยการจัดอบรม ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร นักข่าวภูมิภาค ภายใต้โครงการเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อเพื่อการพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร (Best Western Chatuchak) กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 สำหรับการอบรมในครั้งนี้มีสื่อมวลชนจากทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมจำนวน 32 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับนักข่าวในส่วนภูมิภาคให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของวงการสื่อสารมวลชนระดับภูมิภาคในยุคดิจิทัลให้สามารถทำงานภายใต้มาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ มีทักษะในการรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังสื่อ ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสมสำหรับการอบรมครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักข่าวภูมิภาคโดยเฉพาะในการรวบรวมหัวข้อที่สำคัญและจำเป็นต่อการทำงานในปัจจุบันไว้อย่างครบครัน อาทิ การทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนในประเด็นท้องถิ่น Data เทคนิคการทำข่าวสืบสวนให้ทรงพลัง จากวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมสื่อ แนวปฏิบัติในการทำข่าวประเภทต่างๆ, การผลิตเนื้อหาสำหรับโซเชียลมีเดีย และการทำข่าวด้วยมือถือ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบันไฮไลท์สำคัญของการอบรมคือ เวิร์กช็อป “ลงมือผลิตผลงาน TikTok” ที่จะให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงตามโจทย์ที่ได้รับ เพื่อนำความรู้ที่ได้เรียนมาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ผลงานจริง พร้อมรับคำแนะนำจากวิทยากรอย่างใกล้ชิด และนำเสนอผลงานเพื่อรับประกาศนียบัตรในวันสุดท้ายของการอบรม โดยทางจังหวัดสงขลา มีผู้สื่อข่าวที่ได้รับการคัดเลือก 2 ท่าน คือ นางกษิมา โชติมาสะพันธ์ ผู้บริหารและนักจัดรายการ/ผู้สื่อข่าวจากสถานีวิทยุมหานครหาดใหญ่เรดิโอFM 91.50 mhz และนายสมพร หาญณรงค์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำจังหวัดสงขลา (ไทยรัฐกรุ๊ป ) โดยนางกษิมา โชติมาสะพันธ์ ผู้บริหารและผู้สื่อข่าวจากสถานีวิทยุมหานครหาดใหญ่เรดิโอFM 91.50 mhz ได้รับรางวัลคลิปสั้นรางวัลเปิดหน้า และนายสมพร หาญณรงค์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำจังหวัดสงขลา (ไทยรัฐกรุ๊ป ) ได้รับรางวัล คลิปสั้น ดีเด่น

สมาคมนักข่าวฯ จับมือกองทุนสื่อฯ เสริมเขี้ยวเล็บพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนระดับภูมิภาคทั่วประเทศ ยกระดับทำข่าวยุคดิจิทัลภายใต้มาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ มีทักษะรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังข่าวเฟคนิวส์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร “นักข่าวภูมิภาค” ภายใต้โครงการเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อเพื่อการพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร (Best Western Chatuchak) กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 สำหรับการอบรมในครั้งนี้มีสื่อมวลชนจากทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมจำนวน 32 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับนักข่าวในส่วนภูมิภาคให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของวงการสื่อสารมวลชนระดับภูมิภาคในยุคดิจิทัลให้สามารถทำงานภายใต้มาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ มีทักษะในการรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังสื่อ ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสมสำหรับการอบรมครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักข่าวภูมิภาคโดยเฉพาะในการรวบรวมหัวข้อที่สำคัญและจำเป็นต่อการทำงานในปัจจุบันไว้อย่างครบครัน อาทิ การทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนในประเด็นท้องถิ่น Data เทคนิคการทำข่าวสืบสวนให้ทรงพลัง จากวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมสื่อ แนวปฏิบัติในการทำข่าวประเภทต่างๆ, การผลิตเนื้อหาสำหรับโซเชียลมีเดีย และการทำข่าวด้วยมือถือ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบันไฮไลท์สำคัญของการอบรมคือ เวิร์กช็อป “ลงมือผลิตผลงาน TikTok” ที่จะให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงตามโจทย์ที่ได้รับ เพื่อนำความรู้ที่ได้เรียนมาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ผลงานจริง พร้อมรับคำแนะนำจากวิทยากรอย่างใกล้ชิด และนำเสนอผลงานเพื่อรับประกาศนียบัตรในวันสุดท้ายของการอบรมนางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดกิจกรรมว่า ทุกคนต่างทราบดีภูมิทัศน์สื่อในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง คลื่นลมแห่งยุคดิจิทัลได้นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ นักข่าวในวันนี้ต้องมีทักษะรอบด้าน ต้องทำงานแข่งกับเวลา และต้องเผชิญกับภาวะข้อมูลท่วมท้น แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ดังนั้นการอบรมตลอด 3 วัน 2 คืนนี้จึงเปรียบเสมือนการลับคมอาวุธให้กับสื่อมวลชนทุกคนไม่ว่าจะเป็นการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน เพื่อเปิดโปงความจริงในท้องถิ่น, การใช้ Data Journalism เพื่อทำให้ข่าวของเราทรงพลังและน่าเชื่อถือไปจนถึงทักษะการผลิตสื่อดิจิทัลที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่เหนือทุกเทคนิค และเครื่องมือ คือ “หัวใจและจรรยาบรรณของความเป็นนักข่าว” และพี่น้องนักข่าวภูมิภาคทุกท่าน คือ เส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงสังคมประชาธิปไตย และเป็นปากเสียงของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนมากที่สุด ดังนั้นพลังของสื่อมวลชนภูมิภาคไม่ได้วัดที่ยอดไลก์ หรือยอดแชร์เพียงอย่างเดียว แต่วัดที่ผลกระทบเชิงบวกที่ท่านสร้างขึ้นให้กับชุมชน และสังคมสุดท้ายนี้ขอให้เรายึดมั่นในอุดมการณ์แห่งวิชาชีพ เป็นประภาคารส่องทางให้สังคมในยามที่ข้อเท็จจริงถูกบิดเบือน และขอให้การอบรมครั้งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อที่เราจะก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างมั่นคง และโครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับการสนับสนุนอันดียิ่งจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯในการยกระดับคุณภาพของวงการสื่อสารมวลชนไทย

Screenshot

ร่วมเปิดประสบการณ์ “ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์”⛰️“สงขลา เมืองป้อมปราการ สู่มรดกโลก”

ชมการแสดง แสง สี เสียง สุดยิ่ง…

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้าพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรีผบช.ภ.๙ และข้าราชการตำรวจตำรวจภูธรภาค ๙

พิธีเปิดงาน “GI สินค้าอัตลักษณ์ สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญาภาคเหนือ” ครั้งที่ 2โครงการเชื่อมโยงการค้าอนุภูมิภาคเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคง ภาคเหนือประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาพิธีเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “GI สินค้าอัตลักษณ์ สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญาภาคเหนือ” ครั้งที่ 2 ของพาณิชย์ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 ได้รับเกียรติจากนายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ร่วมด้วยนางกนกรัตน์ ยุกติรัตน์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งยังพาณิชย์จังหวัดอีก 16 จังหวัดภาคเหนือ พาณิชย์จังหวัดภาคใต้ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างพิธีเปิดว่า “GI สินค้าอัตลักษณ์ สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญาภาคเหนือ” ครั้งที่ 2 นี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนา Soft Power ไทย ให้เป็นที่รู้จักผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของชุมชน ซึ่งมีความโดดเด่น ทั้งคุณภาพและเรื่องราวที่สื่อถึงอัตลักษณ์ ของคนภาคเหนือ ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญของภูมิภาค สามารถสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงนำสินค้าเด่นมากมายมาจัดแสดงและจำหน่าย ณ จังหวัดสงขลา อาทิ ลำไย ข้าวหอมใบเตย ปลาส้ม กาแฟเทพเสด็จ ผ้าทอพื้นเมือง ตลอดจนสมุนไพร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์แปรรูปซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากภาคเหนือถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการแสดงพลังของเศรษฐกิจฐานราก การผลักดันสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพและมีเรื่องราวเข้าสู่ตลาดระดับประเทศ เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเป็นหนึ่งในการการขับเคลื่อนภารกิจของพาณิชย์ในการผลักดันสินค้า GI พร้อมสร้างแบรนด์สินค้า GI ไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก สนับสนุนให้ชุมชนใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างรายได้และยกระดับกิจกรรมการตลาดอย่างครบวงจรงานนี้จึงถือเป็นเป็นเวทีสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ได้ผลักดันให้ธุรกิจของ SMEs ได้แสดงออกถึงศักยภาพและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ จำนวน 35 ราย ยังมีสินค้าลำไยจากภาคเหนือมาจำหน่ายให้แก่ผู้มาร่วมงานได้สัมผัสและลิ้มลองรสชาติ“GI สินค้าอัตลักษณ์ สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญาภาคเหนือ” ครั้งที่ 2 จัดระหว่างวันที่ 13 – 17 สิงหาคม 2568 ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาผู้สนใจสามารรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chiangmai.moc.go.th/Facebook/Instagram/TikTok

GI สินค้าอัตลักษณ์ สำนักงานพาณ…

ททท. ร่วมกับพันธมิตรเปิดทริปรถไฟขบวนพิเศษ “MY Sawasdee Train” ครั้งที่ 3 ดึงดูดนักท่องเที่ยวประเทศอาเซียนเดินทางเที่ยวประเทศไทยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท Golden Century Tour & Travel Sdn Bhdผู้ประกอบการนำเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จำหน่ายแพ็คเกจทัวร์ “MYSawasdee Train” ครั้งที่ 3 เชิญชวนนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านรถไฟขบวนพิเศษ เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ – หาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 7–11 สิงหาคม 2568รถไฟขบวนพิเศษ “MY Sawasdee Train” นี้ จัดขึ้นในรูปแบบแพ็คเกจทัวร์ 5 วัน 3 คืน โดยเริ่มออกเดินทางจากสถานีKL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สิ้นสุดปลายทาง ณ สถานีชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากนั้นนักท่องเที่ยวจะเดินทางโดยรถบัสต่อไปยัง อ.เมือง จังหวัดสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ตามแพ็คเกจทัวร์ที่เลือกก่อนเดินทางกลับประเทศมาเลเซียในวันที่ 11 สิงหาคม 2568นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่, รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า “กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ต่อเนื่องจากความสำเร็จที่จัดเป็นครั้งแรกในปี 2567 และครั้งที่ 2 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาโดยมุ่งหวังที่จะให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทยผ่านทางรางมากยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีการเดินทางเชื่อมโยงที่สะดวกในกลุ่มประเทศอาเซียน”นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวเสริมว่า “สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ยังมีครอบครัวชาวมาเลเซีย 2 ครอบครัว รวม 5 คน ที่เลือกซื้อแพ็คเกจเดินทางมากับรถไฟขบวนนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ครั้งแรกของทริป “MY Sawasdee Train” เนื่องจากประทับใจในประสบการณ์ที่ได้รับจากทริปก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวไทยและความนิยมในกิจกรรมของ ททท. และพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง”ในครั้งนี้ ททท. ได้ขยายตลาดไปยังนักท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ โดย ททท. สำนักงานสิงคโปร์ ได้มีการจำหน่ายแพ็คเกจการเดินทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์โดยเฉพาะ โดยร่วมกับบริษัท Global EventsManagement and Travel Pte Ltd ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวในตลาดสิงคโปร์ จัดจำหน่ายแพ็คเกจพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ในเส้นทางสิงคโปร์ – กัวลาลัมเปอร์ – หาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม2568 เป็นทัวร์ 6 วัน 5 คืน โดยเริ่มต้นออกเดินทางจากสิงคโปร์ โดยรถบัสเข้าสู่มาเลเซีย และต่อด้วยรถไฟ “MYSawasdee Train” มายังประเทศไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ในตลาดสิงคโปร์และฟิลิปปินส์โดยมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางจำนวนทั้งสิ้น 78 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในด้านการเชื่อมต่อการเดินทาง และเป็นโอกาสในการสร้างการรับรู้แบรนด์ประเทศไทยในตลาดเป้าหมายในโอกาสนี้ ททท. สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ยังได้เชิญสื่อมวลชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และ KOL จากประเทศบรูไนจำนวน 6 คน ร่วมเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์เส้นทางการเดินทางใหม่ๆแก่นักท่องเที่ยวชาวบรูไนต่อไปเพื่อสร้างความประทับใจและต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น กองตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ (ททท.)ร่วมกับ ททท. สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานสิงคโปร์และ ฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ททท.) จัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษนี้ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 โดยได้เชิญผู้ประกอบการภาคเอกชน สายการบิน Ezy Airlines พันธมิตรห้างสรรพสินค้าในโครงการ Amazing ThailandGrand Sale 2025 ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้าโอเดียนแฟชั่นมอลล์ หาดใหญ่ศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์ หาดใหญ่ และ ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร หาดใหญ่ พร้อมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วมต้อนรับพร้อมมอบของที่ระลึก ได้แก่ คูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท, พวงมาลัยดอกไม้, Welcome bag ,ยาดมสมุนไพรไทยให้แก่คณะนักท่องเที่ยว รวมถึงการแสดงรำมโนราห์ เพื่อสร้างความประทับใจอีกด้วยนางศิรินทรา สุระกนิตย์, ผู้อำนวยการการ ททท. สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ “MY Sawasdee Train” นี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเดินทางระหว่างประเทศ กระตุ้นการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเลเซียให้เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น สร้างรายได้ให้กับธุรกิจการท่องเที่ยว และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่องต่อไป”สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยนั้น ในปี 2567 นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 4.95 ล้านคน ขณะที่ในปี 2025 (ข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม) มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาแล้วราว 2.7 ล้านคน โดยเป็นการเดินทางทางอากาศรวม 1.16 ล้านคน และผ่านทางบกรวม 1.539 ล้านคน มาเลเซียยังคงเป็นกลุ่มตลาดสำคัญของไทยมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีสำหรับรถไฟขบวนพิเศษ “MY Sawasdee Train” เส้นทางกัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่ เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 12 เที่ยว(ไม่รวมการจำหน่ายในรูปแบบแพ็คเกจทัวร์) โดยเน้นเปิดให้บริการในช่วงเทศกาลวันหยุดและวันปิดภาคเรียนของประเทศมาเลเซีย ผู้สนใจสามารถจองล่วงหน้าได้ผ่านช่องทาง https://www.ktmb.com.my/

ภาพข่าว: มหานครหาดใหญ่นิวส์

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานหาดใหญ่

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า นายนิพนธ์ บุญญามณีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า บริษัทโตโยต้าสงขลา ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด

ประเด็น