สถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.สงขลา นำทีม “Synergy” ตัวแทนเยาวชนจากสงขลา โชว์ศักยภาพเวทีแข่งขันแผนธุรกิจระดับประเทศ “UBI - Alpha Business Contest 2026” สุดปลื้มเป็น 1 ใน 5 ทีมสุดท้ายของกลุ่ม Future Food พร้อมคว้ารางวัลชมเชย รับเงินรางวัล 5,000 บาท จากผลงานนวัตกรรมอาหารสัตว์โปรตีนสูงจากหนอนแมลงวันลายและปลายข้าวบด 
   เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) นำทีม “Synergy” ตัวแทนเยาวชนจากสงขลา โชว์ศักยภาพคว้ารางวัลชมเชย พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท จากการแข่งขันแผนธุรกิจระดับประเทศ “UBI - Alpha Business Contest 2026” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน
    การประกวดในครั้งนี้เป็นการเฟ้นหาผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ โดยมีทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเพียง 15 ทีม แบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งทีม Synergy ได้นำเสนอนวัตกรรมอาหารสัตว์โปรตีนสูงจากหนอนแมลงวันลายและปลายข้าวบด จนสามารถทะลุเป็น 1 ใน 5 ทีมสุดท้ายของกลุ่ม Future Food (อาหารแห่งอนาคต) ด้วยจุดเด่นด้านการนำของเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และความยั่งยืนในภาคปศุสัตว์
  ทั้งนี้ ในรอบ Pitching น.ส.อารดา เหมียนคิด และ น.ส.ภูริชญา ซุ้นสุวรรณ (นักเรียน รร.มหาวชิราวุธ สงขลา) เป็นตัวแทนขึ้นเวทีนำเสนอและตอบคำถาม โดยมี น.ส.อังคนางค์ ไข่สีทอง (นักศึกษา มรภ.สงขลา) เป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังในการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาโมเดลธุรกิจ ภายใต้การดูแลของทีมที่ปรึกษา ได้แก่ อ.สมศักดิ์ คงสกุล (รร.มหาวชิราวุธ สงขลา) ร่วมกับ อาจารย์ ดร.อมราวดี วงศ์เทพ และ อาจารย์สิริกันยา โชติช่วง (มรภ.สงขลา)
         อย่างไรก็ตาม ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.สงขลา พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการบ่มเพาะเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นธุรกิจที่จับต้องได้ และเป็นรากฐานสำคัญให้ทีม Synergy ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพต่อไป

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.