การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระตุ้นการท่องเที่ยวภาคใต้ช่วง Green Season
นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จำนวน 50 ราย
เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวจากการภาคใต้(Table Top Sale)
และเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย (Consumer Fair) ในวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2568 ภายใต้แนวคิด

“แลต่ะ เสน่ห์ใต้” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา หวังดึงนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามภูมิภาค สัมผัสเสน่ห์แดนใต้
คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

ททท. จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วง Green Season ภายใต้แนวคิด “แลต่ะ เสน่ห์ใต้”
ในวันที่ 11-15 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
โดยจับมือกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในภาคใต้นำเสนอสินค้าและบริการที่สะท้อนถึงความงดงามของวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และธรรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จัดกิจกรรม Table Top Sale ในวันที่ 11 มิถุนายน 2568 โดยเชิญผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จำนวน 50 ราย มาร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการภาคใต้ อาทิ
กลุ่มโรงแรมที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย
Consumer Fair “เที่ยวสุขใจ เสน่ห์ใต้ สุขใจ เมืองน่าเที่ยว” ที่จัดขึ้นร่วมกับศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติดรบ 60 ปี ระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2568 มุ่งเน้นการส่งเสริมการขายตรงสู่นักท่องเที่ยว (B2C) ทั้งกลุ่ม “ใต้เที่ยวใต้”
และขยายตลาดภายในประเทศผ่านกลุ่ม “ไทยเที่ยวใต้”การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
ช่วยเปิดมุมมองใหม่ของภาคใต้ให้กับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ

เพื่อเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างกระแสการเดินทางข้ามภูมิภาคสู่ภาคใต้ในช่วง Green Season
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยงาม อุดมสมบูรณ์ และน่าค้นหาพร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แดนใต้
ให้เกิดการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และยังช่วยส่งเสริมการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ททท. ขอเชิญชวนทุกท่านออกเดินทางพร้อมปักหมุดชวน “แลต่ะ เสน่ห์ใต้“
เพื่อสร้างประสบการณ์น่าประทับใจสุขทันทีที่เที่ยวใต้ไปด้วยกัน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลการท่องเที่ยวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : เที่ยวใต้ by
ททท. หรือ โทร. 1672 Travel Buddy

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.