สำนักศิลปะฯ มรภ.สงขลา ผนึกกำลัง ทม.เขารูปช้าง ชมรมเรือพาย และ สำนักงานวัฒนธรรม จ.สงขลา จัดเทศกาลแข่งเรือยาวประเพณีวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ครั้งที่ 2 วันที่ 30-31 สิงหาคม ศกนี้ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ผลักดันสู่ SoftPower การท่องเที่ยว 
     สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา (มรภ.สงขลา) ร่วมกับเทศบาลเมืองเขารูปช้าง (ทม.เขารูปช้าง) ชมรมเรือพายจังหวัดสงขลา และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา จัดเทศกาลแข่งเรือยาว ประเพณีวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ครั้งที่ 2 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม 2568 ณ คลองสำโรง หมู่ที่ 5 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ผลักดันสู่ SoftPower การท่องเที่ยวของ ต.เขารูปช้าง โดยเปิดรับสมัครทีมเรือยาวเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568   
      ในส่วนของประเภทการแข่งขันเรือยาว มีดังนี้ 1. ประเภทเรือยาว 7 ฝีพาย เยาวชนชาย (อายุไม่เกิน 18 ปี) 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 8 ลำ (สมัครเต็มแล้ว) 2. ประเภทเรือยาว 7 ฝีพาย ประชาชนชาย 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 12 ลำ (สมัครเต็มแล้ว) 3. ประเภทเรือยาว 9 ฝีพาย ประชาชนชาย 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 12 ลำ (สมัครเต็มแล้ว) 4. ประเภทเรือยาว 12 ฝีพาย ประชาชนชาย 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 12 ลำ และ 5. ประเภทเรือยาว 16 ฝีพาย ประชาชนชาย ทั่วประเทศ (Open) จำนวน 12 ลำ 
       ผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถสมัครได้ที่ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 074-260280 (ในวันและเวลาราชการเท่านั้น) หรือ Facebook : สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา หรือสแกน QR Code ในภาพ เพื่อดูรายละเอียดและระเบียบการแข่งขันเพิ่มเติม หรือกดลิงก์ https://l.skru.ac.th/BSNvF
      มาร่วมสืบสานประเพณีที่น่าภาคภูมิใจ พร้อมชมการแข่งขันเรือยาวสุดมันส์ ลุ้นระทึกไปกับฝีพายจากทั่วสารทิศที่จะมาประชันความเร็ว เพื่อชิงความเป็นหนึ่งและครอบครองถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันทรงเกียรติ เตรียมเสียงเชียร์ให้พร้อมแล้วมาสัมผัสบรรยากาศแห่งความสามัคคีและพลังฝีพายสุดยิ่งใหญ่ริมคลองสำโรงไปด้วยกัน

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.