สถาบันวิจัยและพัฒนา จับมือสำนักวิทยบริการฯ มรภ.สงขลา จัดอบรมเพิ่มขีดความสามารถนักวิจัยในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ เทียบเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจให้พัฒนาตนเองสู่เวทีวิชาการระดับสากล 
     เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ร่วมกับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเพิ่มขีดความสามารถนักวิจัยในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ มรภ.สงขลา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของคณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรทางการศึกษาให้มีความพร้อมในการผลิตผลงานวิชาการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วีระชัย แสงฉาย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย มรภ.สงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งทางคณะผู้จัดงานได้เชิญ รศ.ดร.ศุภกรณ์ ภู่เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา และบรรณาธิการวารสาร LEARN มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมอบรม 
     เนื้อหาการอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การเขียนบทความวิจัยอย่างมืออาชีพ การปรับโครงสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับวารสารระดับชาติและนานาชาติ เทคนิคการตอบคำถามหรือคำแนะนำจากบรรณาธิการวารสาร (Peer Review) เพื่อเพิ่มโอกาสในการตีพิมพ์ผลงานให้สำเร็จลุล่วง โดยได้รับความสนใจจากคณาจารย์ นักวิจัย จากหลากหลายสาขาวิชาของ มรภ.สงขลา เข้าร่วมการอบรมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศการอบรมเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและมุ่งมั่นในการเรียนรู้ ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมต่างเห็นพ้องว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความรู้ด้านการวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่เวทีวิชาการระดับสากลอีกด้วย
     รศ.ดร.วีระชัย กล่าวว่า การเผยแพร่ผลงานวิชาการในระดับนานาชาติ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของ มรภ.สงขลา ที่จะช่วยยกระดับชื่อเสียงและความเป็นเลิศทางวิชาการของมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับนักวิชาการทั่วโลก ดังนั้น การอบรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ มรภ.สงขลา ในการผลักดันให้นักวิจัยมีศักยภาพทัดเทียมมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป
     ด้าน ผศ.อภิชาติ พันชูกลาง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยฯ มรภ.สงขลา กล่าวว่า การจัดอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยของมหาวิทยาลัย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 ที่เน้นการสร้างนวัตกรรมและการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนั้น ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ในการเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลระดับนานาชาติ เช่น Scopus และ Web of Science
     ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
      ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ird.skru.ac.th/2558/photo.php?id=135 

ข้อมูลและรูป โดย สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.