มรภ.สงขลา ลงนามความร่วมมือ รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ ให้บริการทางการแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทุกระดับ ควบคู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ การอบรม การฝึกงานในด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ 
    เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) นำโดย ผศ.พิเชษฐ์ จันทวี รักษาราชการแทนอธิการบดี (มรภ.สงขลา) พร้อมด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการดูแลสุขภาพนักศึกษา อาจารย์ และผู้บริหาร มรภ.สงขลา ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ นำโดย ผศ.นพ.กฤตย์อังกูร เชษฐเผ่าพันธ์ กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ และคณะ ใน ณ ห้องประชุมอรัญ ธรรมโน ชั้น 8 อาคารอำนวยการ มรภ.สงขลา
     การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการทางการแพทย์ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแก่กลุ่มนักศึกษา เจ้าหน้าที่ อาจารย์ และผู้บริหาร มรภ.สงขลา อาทิ การอบรมหลักสูตรปฐมพยาบาลและ

ช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคตามฤดูกาล การตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Thai CV Risk Score) แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดภาวะเครียดหรือภาวะซึมเศร้า เป็นต้น อำนวยความสะดวกให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคโดยให้ความรู้ด้านสุขภาพ แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันโรค
ตลอดจนสร้างระบบการประสานงานและการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการการรักษาเฉพาะทาง หรือการดูแลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น กำหนดบทบาท หน้าที่รับผิดชอบ และขั้นตอนการดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย พัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การอบรม การฝึกงานในด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือดังกล่าว สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.skru.ac.th/th/photo/2025052001

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.