สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มรภ.สงขลา จัดประกวดแนวปฏิบัติที่ดี เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการทำงาน สนับสนุนหน่วยงานจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ พร้อมมอบรางวัลสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน
      เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 งานมาตรฐานและประกันคุณภาพ สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) จัดโครงการประกวดแนวปฏิบัติที่ดี ณ ห้องประชุม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.สงขลา โดยมี ผศ.ดร.กันตภณ มะหาหมัด รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาหน่วยงาน เป็นประธานในพิธีเปิด กล่าวรายงานโดย อาจารย์เอมอร อ่าวสกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มรภ.สงขลา 
      การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถถ่ายทอดความรู้ เพื่อนำไปสู่การค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานจัดการความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นระบบ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหน่วยงานอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วม จำนวน 14 ผลงาน ประกอบด้วย ด้านผลิตบัณฑิต 2 ผลงาน ด้านวิจัย 2 ผลงาน ด้านบริการวิชาการ 2 ผลงานด้านทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 1 ผลงาน ด้านบริหารงาน 7 ผลงาน
   สำหรับผลรางวัลโครงการประกวดแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ประจำปีการศึกษา 2567 มีดังนี้
      ด้านผลิตบัณฑิต รางวัลชนะเลิศ ผศ.ดร.วนิดา เพ็ชร์ลมุล คณะเทคโนโลยีการเกษตร จากผลงาน “การพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต” รางวัลรองชนะเลิศ อาจารย์นายสัตวแพทย์รัญจวน อิสรรักษ์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร ผลงาน “บูรณาการงานวิศวกรสังคมสู่การเรียนการสอน” 
     ด้านงานวิจัย รางวัลชนะเลิศ นายธนภัทร เจิมขวัญ/อาจารย์ ดร.เพชร รองพล และคณะทำงาน สถาบันวิจัยและพัฒนา จากผลงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยด้วยแนวคิด Progressive Tasking ผ่าน Generative AI” รางวัลรองชนะเลิศ อาจารย์วงศ์วรุตม์ อินตะนัย และคณะทำงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ ผลงาน “กระบวนการนำผลงานวิจัย งานสร้างสรรค์ด้านศิลปกรรม สู่การนำไปใช้ประโยชน์” 
      ด้านบริการวิชาการ รางวัลชนะเลิศ อาจารย์ ดร.โชติกา รติชลิยกุล น.ส.จุฑามาศ แก้วศรี และคณะทำงานบริการวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จากผลงาน “การประยุกต์ใช้แนวคิดฝูงห่านไซบีเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีม กรณีศึกษางานบริการวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา” รางวัลรองชนะเลิศ ผศ.ดร.ทวีสิน นาวารัตน์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลงาน “นวัตกรรมจากฐานชุมชน : บริการวิชาการยกระดับพืช-สัตว์เศรษฐกิจสู่อนุสิทธิบัตร”  
      ด้านศิลปะและวัฒนธรรม รางวัลชมเชย นายอัครวิชญ์ ขวัญปลอด และคณะทำงาน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม จากผลงาน บอร์ดเกม “เล่น เรียนรู้ วัฒนธรรม อัตลักษณ์สงขลา”
      ด้านการบริหารพัฒนางาน รางวัลชนะเลิศ นางจิราภรณ์  บัวจันทร์ สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน จากผลงาน “ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษาสหกิจศึกษา” รางวัลรองชนะเลิศ นางวริษฐา  ตันติพงศ์ และคณะทำงาน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ผลงาน “การพัฒนารูปแบบการบันทึกบัญชีเงินรายได้ของส่วนราชการภายใน มรภ.สงขลา” รางวัลชมเชย 4 รางวัล ได้แก่ 1. นางณัฐธยาน์ หนูหลง คณะครุศาสตร์ ผลงาน “การใช้ Application Canva เพื่อสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์คณะครุศาสตร์” 2. นายพรศักดิ์ ศรีช่วย และคณะทำงาน คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ผลงาน “ระบบติดตามและบริหารครุภัณฑ์คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” 3. นายสรายุทธ  กูลเกื้อ และคณะทำงาน สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลงาน “ระบบย่อลิงก์ออนไลน์ สำหรับการเข้าถึงข้อมูล มรภ.สงขลา” 4. สำนักงานอธิการบดี ผลงาน “เปิดบ้านสำนักงานอธิการบดี” 
         ผลงานการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยกระบวนการจัดการความรู้ (KM) เป็นฐานในการปรับปรุงพัฒนา นางกฤชณัท พงศ์จันทรเสถียร และคณะทำงาน สำนักงานอธิการบดี จากผลงาน “การยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยใช้ PDCAI Model”
       ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้อมูล โดย สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.