จังหวัดสงขลา โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จัดงาน “Songkhla Medical and Wellness Tourism 2026” ภายใต้แนวคิด “เปิดประสบการณ์สุขภาพดี คนสงขลาสู่วิถีอายุยืน (Experience Health for Songkhla Longevity)” ระหว่างวันที่ 28 –31 พฤษภาคม 2569 ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของจังหวัดสงขลาในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) ระดับนานาชาติ

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความร่วมมือในการผลักดันจังหวัดสงขลาให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงาน Songkhla Medical and Wellness Tourism 2026 มีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์และยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดสงขลาในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครบวงจร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ขยายตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างอัตลักษณ์ของเมือง และส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์ สุขภาพ และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ภายในงานจัดเต็มด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกมิติของการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาทิ นิทรรศการด้านสุขภาพและเวลเนส บูธแสดงสินค้าและบริการด้านการแพทย์ สมุนไพร ความงาม และนวัตกรรมสุขภาพ กิจกรรมจับคู่เจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) รวมถึงกิจกรรมสำหรับประชาชน เช่น การอัปเดตเทรนด์ความงาม การเช็กสมดุลร่างกาย การตรวจสุขภาพกายและใจ บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน ตลอดจนเวิร์กช็อปเมนูสุขภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาจังหวัดสงขลาให้เป็น “เมืองสุขภาพดี” ระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาและภาคีเครือข่ายสุขภาพจังหวัดสงขลา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนให้ประชาชนชาวสงขลามีสุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอายุคาดเฉลี่ยยืนยาวถึง 90 ปี ภายในปี พ.ศ. 2580

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดสงขลาในการแสดงศักยภาพด้านการแพทย์ สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่สายตานักลงทุน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับพื้นที่ และผลักดันจังหวัดสงขลาสู่การเป็น “Medical and Wellness Hub” ของภาคใต้และประเทศไทยในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.