สถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัด “โครงการบูรณาการศิลปอาเซียน ครั้งที่ 6” ระหว่างวันที่ 20–25 เมษายน 2569 ณ สถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ศาสตร์แห่งแผ่นดิน….สู่ศิลปอาเซียน” เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธาน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่าย AUN-AYCF Thailand จากทั่วประเทศ

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการคือ “การแสดงบูรณาการศิลปอาเซียน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ณ ลานหน้าอาคารศูนย์ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม สถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยภายในงานมีกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและความร่วมมือของเครือข่ายอย่างโดดเด่น อาทิ การแสดงเพื่อถวายความอาลัย การแสดงภูษาอาภรณ์วิจิตรน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การฉายวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ การขับร้องเพลง ASEAN WAY และเพลงประจำกลุ่ม AUN-AYCF Thailand รวมถึงการแสดง มาลีรวมใจออกกราวธง จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมจากทั่วประเทศ

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทระ คมขำ ประธานกลุ่ม AUN-AYCF กล่าวถึงความเป็นมาของเครือข่าย จากนั้นมีการกล่าวรายงานโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรปวีณ์ พุ่มเกิด รักษาการแทนรองผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันสุวรรณภูมิ และกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมพิธีส่งมอบธงเจ้าภาพการบูรณาการศิลป์ ครั้งที่ 7 ให้แก่มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของการจัดงานในปีนี้

ภายหลังพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานได้รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่งดงามและหลากหลาย ทั้งการแสดง โนรา จากมหาวิทยาลัยเครือข่าย การแสดง โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกศรพรหมาศ การแสดงระบำอาเซียน และการแสดงบูรณาการศิลป์อาเซียนจากหลายประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย บรูไนดารุสซาลาม เมียนมา เวียดนาม และญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมในมิติร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมการแสดง “ลมร่ายเรียง เสียงเพลงแห่งภูษา” สำหรับ AYCF 2026 การแสดงดิเกร์ฮูลู (Workshop) และการแสดงฟินาเล่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้เข้าร่วมงาน และนักแสดงจากทุกมหาวิทยาลัยได้ร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมือทางวัฒนธรรมอันอบอุ่น

การจัดโครงการครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานเลขานุการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN), สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล, กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง, วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะศูนย์กลางการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมทั้งในระดับประเทศและระดับอาเซียน ตลอดจนการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.