สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มรภ.สงขลา เปิดบ้านรับการตรวจประเมินโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ด้านห้องสมุดและด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมรับคำแนะนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เดินหน้าสู่จุดมุ่งหมายมหาวิทยาลัยสีเขียว SKRUGreen 
      เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) นำโดย อาจารย์เสรี ชะนะ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการฯ ผศ.ปิยกุล จันทบูรณ์ รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว เข้ารับการตรวจประเมินโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ณ สำนักงานสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มรภ.สงขลา โดยตรวจประเมินครบทั้ง 2 ด้าน คือ ด้านที่ 1. ห้องสมุด ประกอบด้วย 5 หมวด และด้านที่ 2. ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 7 หมวด โดยมีคณะกรรมการตรวจประเมิน ได้แก่ อาจารย์ ดร.อารีย์ ธัญกิจจานุกิจ หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน รศ.ดร.วิไลลักษณ์ รัตนเพียรธัมมะ นายทรงศักดิ์ ควรคิด น.ส.เพชรประกายแก้ว ดวงหฤทัยทิพย์น.ส.ธนาภรณ์ ฉิมแพ พร้อมด้วยผู้สังเกตการณ์ คือ น.ส.สายรุ้ง กล่ำเพชร และ น.ส.จันทร์เพ็ญ กัลยาวงษ์ 
      นอกจากนั้น ยังมีการสัมภาษณ์ผู้บริหารและบุคลากรสำนักวิทยบริการฯ มรภ.สงขลา เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ รวมทั้งพูดคุยกับนักศึกษาและเยี่ยมชมพื้นที่ดำเนินงานตามเกณฑ์การพัฒนาสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว จากนั้นคณะกรรมการได้ประเมินและสรุปผลการตรวจประเมิน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวแก่สำนักวิทยบริการฯ เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักและจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ การสร้างการมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจและการตระหนักรู้ให้กับบุคลากรทุกคน ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการตรวจประเมินจะนำผลการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมห้องสมุดสีเขียว และเสนอต่อสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ เพื่อพิจารณาต่อไป  
       ทั้งนี้ สำนักวิทยบริการฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสำนักวิทยบริการฯให้เป็นหน่วยงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการให้บริการแบบยั่งยืน ทั้งอาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ความรู้ในการใช้ทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ สร้างเครือข่าย ปรับใช้และพึ่งพาวัสดุและพลังงานจากธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน โฟมและพลาสติก และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อช่วยลดสภาวะโลกร้อน ตลอดจนจัดหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาให้บริการ เพื่อส่งต่อไปยังจุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัยที่จะเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว SKRUGreen ในอนาคต 
       การเข้ารับการตรวจประเมินในครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้าหมายที่ 7 สร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ เชื่อถือได้ และยั่งยืน และ เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://l.skru.ac.th/eK5pD

ข้อมูลและรูป โดย เพจ ARIT OF SKRU

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.