รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเวทีเสวนา “หาดใหญ่เข้มแข็ง..สู้ภัยน้ำท่วม ประจำปี 2567” ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังหาดใหญ่ สู้ภัยน้ำท่วม ร่วมสร้างความตระหนักอย่างยั่งยืน” เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ

. วันที่ 22 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดเวทีเสวนา “หาดใหญ่เข้มแข็ง..สู้ภัยน้ำท่วม ประจำปี 2567” ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังหาดใหญ่ สู้ภัยน้ำท่วม ร่วมสร้างความตระหนักอย่างยั่งยืน” เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.พลชาติ โชติการ รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ. ผศ.ดร.ธนันท์ ชุบอุปการ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติภาคใต้ นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะวิทยากร ผู้ร่วมเสวนาและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้แทนชุมชนชาวหาดใหญ่ และชุมชนใกล้เคียงเข้าร่วม ณ ห้องประชุมโรงแรมนิวซีซั่น สแควร์ หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

Screenshot
Screenshot
Screenshot

. นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ในวันนี้ มีความยินดี และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานเสวนา “หาดใหญ่เข้มแข็ง..สู้ภัยน้ำท่วม ครั้งที่ 15 ปี 2567″ ซึ่งเป็นงานแรกหลังเดินทางมารับตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการและเป็นโอกาสอันดีที่ได้กลับมาทำงานรับใช้บ้านเกิด เพื่อพัฒนาจังหวัดสงขลาให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทั้งของคณะกรรมการผู้จัดงาน ฯ และความท้าทายที่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่ต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย และมีความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงภัยพิบัติอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม การขยายผลของแผนปฏิบัติการ หรือแนวปฏิบัติที่ดีต่าง ๆ ที่เป็น Model ตลอดจนเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

. ทั้งนี้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงเดือนกรกฎาคม และกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และภาคประชาชน ได้ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน ทั้งน้ำท่วม และภัยแล้ง ไม่เพียงแต่เฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ แต่หมายถึงพื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจึงไม่ใช่เรื่องยากหากทุกภาคีเครือข่ายยังเหนียวแน่น มุ่งมั่นและเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง

. ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.พลชาติ โชติการ รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยศูนย์วิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติภาคใต้ ร่วมกับสำนักวิจัย และพัฒนา ได้จัดกิจกรรมเสวนา “หาดใหญ่เข้มแข็ง..สู้ภัยน้ำท่วม เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554 ภายใต้แนวคิด Hat Yai Model ทำให้ได้แนวคิดและแนวทางในการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างบูรณาการ ทั้งจากหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ดังเช่นระบบบ้านพี่เลี้ยงในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ แผนการเตรียมความพร้อม การนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและจัดการน้ำท่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีของชุมชนตัวอย่าง และระบบการเตือนภัยน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ เป็นต้น

ติดตามรายละเอียดได้ทางMetro hatyai News
www.Metro915news.com
ลงข่าวและโฆษณาโทร0988796292

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.