🔋 BESS และ PSH 💧 2 ผู้เล่น ต่างบทบาท ที่ กฟผ. วางใจให้เสริมความมั่นคง 😊.🧐 จะทำอย่างไรในโลกที่พลังงานหมุนเวียนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบผลิตไฟฟ้า แต่ยังขาดความเสถียรในการผลิตไฟฟ้า แดดไม่ออก ลมไม่พัด น้ำแล้ง ก็ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ จึงเป็นที่มาของ 2 เทคโนโลยีที่ กฟผ. เลือกใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ⚡.BESS 🔋 “กล่องพลังงานขนาดใหญ่” พร้อมจ่ายไฟในพริบตาเดียวแบตเตอรี่สำรองไฟขนาดใหญ่ระดับที่ใช้กับระบบไฟฟ้า ถูกติดตั้งอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่มีระบบปรับอากาศคอยควบคุมอุณหภูมิ สามารถควบคุมการรับ–จ่ายพลังงานได้ในระดับมิลลิวินาที (ms) ทำให้มีความพร้อมจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายได้ทันที เมื่อความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น หรือในช่วงที่แหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ.PSH 💧 “แบตเตอรี่พลังน้ำ” ยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีวันหมดอาศัยการเปลี่ยนพลังงานศักย์ของน้ำให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ผ่านการบริหารจัดการน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำสองระดับ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำด้านบนและด้านล่าง โดยในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ หรือมีไฟฟ้าส่วนเกินในระบบ โรงไฟฟ้าจะใช้พลังงานไฟฟ้าส่วนเกินสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำด้านล่างขึ้นไปกักเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำด้านบน เปรียบเสมือนการ “ชาร์จแบตเตอรี่” ไว้ล่วงหน้า และจะปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำด้านบนไหลลงผ่านกังหันน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ เปรียบได้กับ “การคายประจุของแบตเตอรี่” ปล่อยพลังงานที่กักเก็บไว้ออกมาใช้ในช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง หรือช่วงที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนลดลง

ByKasima

เม.ย. 7, 2026

💡 BESS และ PSH ต่างเป็นหัวใจสำคัญของระบบกักเก็บพลังงาน ที่ กฟผ. นำมาใช้เพื่อปิดจุดอ่อนเรื่องความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน
▪️ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า (Grid Flexibility)
▪️ สนับสนุนการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization)
▪️ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างไร้รอยต่อ
▪️ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)
▪️ เพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและความยั่งยืนทางพลังงานให้กับประเทศในอนาคต
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.egat.co.th/home/20260326-art01/

#ความมั่นคงทางพลังงาน #BESS #PSH #ระบบกักเก็บพลังงาน #กฟผ #EGAT #EGATforAll #MissiontoSustainability

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.