วันนี้ (27 มิ.ย. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สิงหนคร ร่วมกับ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.9 โชว์ผลงานสกัดจับรถกระบะขนไม้พะยูงผิดกฎหมายได้ของกลาง 60 ท่อน มูลค่าสูงกว่า 2 ล้านบาท พร้อมควบคุมตัวคนขับ ขณะลำเลียงไม้เพื่อส่งต่อไปยังกรุงเทพมหานคร คาดเป็นไม้พะยูงชุดเดียวกับที่เคยถูกจับได้ในจังหวัดชุมพร

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณริมถนนสาย 408 หน้าโรงเรียนสงขลาวิทยาคม (ฝั่งไป อ.ระโนด) หมู่ 5 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดยเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะบรรทุกมีหลังคาปิดด้านข้าง-ท้าย (ตู้ทึบ) ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บย 3781 สระแก้ว มีลักษณะบรรทุกของหนักผิดปกติ จึงได้ขับติดตามและส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบไม้พะยูงขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร จำนวน 60 ท่อนซุกซ่อนอยู่ภายในรถ เมื่อประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบและวัดขนาด พบไม้มีความยาวท่อนละ 180 เซนติเมตร เส้นรอบวง 30-45 เซนติเมตร รวม 60 ท่อน ประเมินมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 2 ล้านบาท

สอบสวนคนขับรถขนส่งเอกชน วัย 30 ปี ให้การว่า ตนเองมีอาชีพขับรถรับจ้าง และหลังจากนำเครื่องมือการเกษตรมาส่งในจังหวัดสงขลา รถท้ายว่าง จึงได้ติดต่อหางานผ่านกลุ่ม LINE และมีผู้ติดต่อให้ไปขนไม้ดังกล่าว โดยตกลงค่าจ้าง 7,000 บาท ซึ่งหลังจากขนไม้เสร็จ ก็ได้ขับรถไปตามเส้นทาง 408 มุ่งหน้าสิงหนคร-ระโนด เพื่อไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่ยังไม่ได้มีการนัดหมายจุดส่งที่แน่นอน โดยจะมีผู้โทรศัพท์ติดต่อมาเป็นระยะ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน ขณะนี้คนขับรถรายนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายกรภัทร์ ภู่ชยังกูร ผู้อำนวยการส่วนป้องกันสำนัก 13 สงขลา กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นไม้พะยูงซึ่งเป็นไม้มีค่าสูง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบหาแหล่งที่มาของไม้ที่ชัดเจน โดยเบื้องต้นคาดว่าไม้ชุดนี้น่าจะเป็นชุดเดียวกับที่จับได้ในจังหวัดชุมพรจำนวน 73 ท่อน เนื่องจากมีสัญลักษณ์ของไม้ในลักษณะเดียวกัน และจากข้อมูลที่สืบทราบในขณะนี้ สันนิษฐานว่าไม้ล็อตนี้เดิมน่าจะเตรียมส่งออกไปยังชายแดนมาเลเซีย และถูกนำมาพักไว้ที่โรงไม้แห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้ จึงต้องขนย้ายและลำเลียงกลับไปยังต้นทางในภาคอีสาน โดยใช้บริษัทขนส่งเอกชน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลบุกตรวจค้นโรงไม้ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอหาดใหญ่และอำเภอสะเดา เพื่อสาวถึงต้นตอและจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป..

Cr : ภาพข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.