. วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการซ่อมบำรุง โรงไฟฟ้าจะนะ ภายหลังได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยมีนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายปฏิวัติ ทองเพชรจันทร์ นายอำเภอจะนะ นายจักรพันธ์ กิ่งแก้ว พลังงานจังหวัดสงขลา นายชนาธิป ชิตพงศ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการฟื้นฟู

. เหตุอุทกภัยดังกล่าวเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ระดับน้ำเพิ่มสูงถึง 5.3 เมตร (MSL) สูงกว่าระดับคันดินป้องกันน้ำท่วมที่ออกแบบไว้ที่ 4.5 เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ภายใน โรงไฟฟ้าจะนะ สูงประมาณ 2 เมตร จนต้องหยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าทั้ง 2 ชุด รวมกำลังผลิต 1,476 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ เนื่องจากมีการปรับแผนบริหารจัดการพลังงานทันที โดยส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงมาสนับสนุน ควบคู่กับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าสำรอง อาทิ โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ รวมถึงเชื่อมต่อกำลังไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียผ่านระบบ HVDC เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ได้อย่างต่อเนื่อง

. ด้านนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้เร่งดำเนินการตามแผนฟื้นฟูโรงไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายไฟฟ้าได้ตามปกติโดยเร็ว ปัจจุบันการซ่อมบำรุงชุดที่ 1 เครื่องที่ 1 และชุดที่ 2 เครื่องที่ 1 แล้วเสร็จ สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้รวม 738 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเร่งซ่อมบำรุงชุดที่ 1 เครื่องที่ 2 และชุดที่ 2 เครื่องที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 738 เมกะวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นเดือนเมษายน 2569 ทำให้โรงไฟฟ้าจะนะกลับมาผลิตไฟฟ้าได้เต็มศักยภาพรวม 1,476 เมกะวัตต์

. การฟื้นฟูกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าจะนะมีความสำคัญต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม และบริการ การกลับมาจ่ายไฟฟ้าได้ครบกำลังผลิตจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของระบบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำมาตรการป้องกันอุทกภัยในอนาคต โดยเตรียมปรับปรุงแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมให้มีความสูงเพิ่มขึ้น พร้อมติดตั้งแผ่นไวนิลเป็นกำแพงกันน้ำเพื่อเสริมความแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการพังทลาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันพื้นที่สำคัญของโรงไฟฟ้า

. ภายหลังติดตามความคืบหน้าการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจะนะแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ ตำบลปริก อำเภอสะเดา ซึ่งเป็นสถานีแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความร่วมมือด้านไฟฟ้าระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ข่าว-ภาพ

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.