ผู้เขียน: Kasima

🛑 จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “ชาวสงขลารวมใจภักดิ์ รักสมเด็จพระราชินี” ประชาชนกว่า 5,000 คนร่วมแปรอักษร “ทรงพระเจริญ คนสงขลารักพระราชินีฯ” แสดงพลังความจงรักภักดีอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

. วันนี้ 2 มิถุนายน 2568 เวลา …

สสว. – สทท. ชวนลงใต้ที่ตรังและสงขลาเปิดตลาดนัด Recharge Market 2025สสว.ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เตรียมเปิดตลาดนัด RechargeMarket 2025 ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู SME จากสาธารณภัย ปี 2567 จัดเต็มกิจกรรมพร้อมบูธจำหน่ายสินค้า SME ในพื้นพื้นที่จังหวัดภาคใต้ มิถนายนนี้ คาดสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 30.93 ล้านบาทนางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ปี 2567 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไห้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ สสว. ได้มองเห็นถึงแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อสร้างโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นช่วยสร้างรายได้และกระจายรายได้ในพื้นที่ภูมิภาคได้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูเอสเอ็มอีจากสาธารณภัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยการดำเนินกิจกรรม “ตลาดนัดRecharge Market 2025 เติมพลัง SME เติมพลังโลก” ในพื้นที่ภูมิภาค โดยในเดือนมิถุนายนนี้กำหนดจัดงานในพื้นที่ภาคใต้ 2 ครั้ง ณ จังหวัดตรังและจังหวัดสงขลา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมออกร้านงานแสดงสินค้ากว่า350 ร้าน และเกิดการสร้างพันธมิตรคู่ค้ารายใหม่ทางการตลาด การจับคู่ธุรกิจ (Matching business) ไม่น้อยกว่า 35 ราย”ตลาดนัด Recharge Market 2025 เติมพลัง SME เติมพลังโลก ที่จังหวัดตรังและจังหวัดสงขลานี้จะช่วยสร้างโอกาสและช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีโอกาสสร้างช่องทางการตลาดได้เพิ่มขึ้น และจากกิจกรรมนี้คาดว่าจะเกิดการสร้างรายได้จากเข้าร่วมงานแสดงสินค้าครั้งนี้ ไม่น้อยกว่า 28.125 ล้านบาท ตลอดจนเกิดคำสั่งซื้อจากกิจกรรมจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 2.812 ล้านบาท นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้เพิ่มมากขึ้น” รักษาการ ผอ.สสว. กล่าวนายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบที่ประเทศไทยต้องเผชิญทำให้ให้ผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งการเปิด

ตลาดนัด Recharge Market 2025 เ…

ประกาศเตือuภัยฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย จากกรมอุตุนิยมวิทยา มีผลในวันที่ 23-27 พ.ค. 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน

ฝนตก #ประเทศไทย ขอบคุณข้อมูล #…

📍👮‍♂️ผบ.ตร.ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับ 4 ข้อสำคัญ การปราบปรามอาชญากรรม – การช่วยราชการ – ชายแดนใต้ และการสร้างความสามัคคี.เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , จเรตำรวจแห่งชาติ , ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์.📍ผบ.ตร.มีข้อสั่งการในการประชุม ดังนี้

🔸 1. กำชับให้ทุกหน่วยขับเคลื่อ…

🖤ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.อ.พนากร อินทา รอง สว.(สอบสวน) สภ.กะพ้อ จว.ปัตตานี โดยมี พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.…

ประเด็น

⚡️กฟผ. แจงวาทกรรม “เสือนอนกิน” ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไร.📢 นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่า กฟผ. เป็นเสือนอนกิน ผลิตไฟเองเพียง 29% แต่เป็นคนกลางรับซื้อไฟเอกชน 71% มาขายต่อจนมีกำไรปีละนับหมื่นล้านบาท กฟผ. ควรลดราคาให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟของประชาชนลดลงด้วยนั้น.✅ ข้อเท็จจริงที่ กฟผ. ขอชี้แจงกฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องดำเนินงานผลิตและรับซื้อไฟฟ้าตามนโยบายและการกำกับของหน่วยงานภาครัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน เพียงแค่ให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการลงทุนและดำเนินกิจการโดยไม่เป็นภาระต่อหนี้สาธารณะเท่านั้น อีกทั้งยังมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำกับควบคุมผลตอบแทนการลงทุน (ROIC) ของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด.💡 โครงสร้างรายได้ของ กฟผ.หากพิจารณาองค์ประกอบค่าไฟฟ้าซึ่งกำหนดโดย กกพ. พบว่า รายได้ของ กฟผ. มีเพียง👉 ค่าซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า กฟผ. ในอัตรา 0.22 บาทต่อหน่วยขายปลีก👉 ค่าระบบส่ง กฟผ. ในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วยขายปลีก.ซึ่งเป็นอัตราเดิมตามโครงสร้างค่าไฟฟ้า ปี 2558 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดส่วนค่าซื้อไฟฟ้าเอกชนและต่างประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดนั้น กฟผ. เป็นเพียงผู้รับซื้อไฟฟ้าตามราคาที่รัฐกำหนดและดำเนินการตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าฯ เท่านั้น ไม่มีการบวกกำไรเพิ่มแต่อย่างใดนอกจากนี้ กฟผ. ยังคงแบกรับภาระค่า Ft ค้างรับสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 35,928 ล้านบาท.💰 กำไรของ กฟผ. นำไปใช้ประโยชน์อะไร?กำไรของ กฟผ. ได้รับการจัดสรรตามระเบียบ สคร. เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็น1️⃣ นำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดิน — กว่า 10 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ติดอันดับเป็น 1 ใน 5 หน่วยงานที่นำส่งรายได้แผ่นดินมากที่สุด2️⃣ นำไปลงทุนในระบบไฟฟ้า ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและส่งไฟฟ้าของประเทศ เสริมความมั่นคงทางพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล.นอกจากนี้ กรณี กฟผ. มีผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าที่ กกพ. กำหนด กฟผ. ต้องนำกำไรส่วนเกินส่งคืนรัฐ (Claw Back) โดย กกพ. มีมติให้นำเงินดังกล่าวมาใช้บริหารค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) เพื่อปรับลดค่าไฟฟ้าของประชาชนต่อไป.🔌 ค่าไฟฟ้าสาธารณะส่วนค่าไฟฟ้าสาธารณะซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) นั้น ปัจจุบัน กกพ. อยู่ระหว่างเร่งรัดการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟน. และ กฟภ.) ติดตั้งมิเตอร์เพื่อวัดการใช้ไฟฟ้าให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม กฟผ. พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อทบทวนแนวทางการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน.”กฟผ. ตระหนักดีว่า กฟผ. เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจจึงมิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน โดยราคาค่าไฟฟ้าและกำไรของ กฟผ. ถูกกำกับโดย กกพ. ให้มีรายได้เพียงพอต่อการลงทุนและบริหารกิจการเท่านั้น และต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดินเพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งประเทศ”.