หมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

สถาบันสุวรรณภูมิ ม.อ. เปิดการแสดงบูรณาการศิลปอาเซียน ครั้งที่ 6 อย่างยิ่งใหญ่เชื่อมพลังศิลปวัฒนธรรมไทย–อาเซียน

สถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสง…

คณะมนุษยศาสตร์ฯ มรภ.สงขลา เข้าเยี่ยมคารวะกงสุลใหญ่มาเลเซีย หารือความร่วมมือทางวิชาการ เดินหน้าพัฒนาหลักสูตร และจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ

ข้อมูล/รูป : คณะมนุษยศาสตร์และ…

มรภ.สงขลา ปั้นอาสาร่วมใจพิทักษ์สิ่งแวดล้อม “Go Green Together”ลงพื้นที่เกาะหมาก จ.พัทลุง พัฒนาผู้นำ นศ. ผ่านการเรียนรู้จริงจากชุมชน

ข้อมูล/รูป โดย คณะมนุษยศาสตร์แ…

วันที่ 19 เมษายน 2569 (เวลา 13.20 น.) นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ผหญ.) เป็นประธานในพิธีอำนวยพรและส่งชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ในเทศกาลฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447) ณ ราชอาณาจักรชาอุดิอาระเบีย สายการบิน Saudia Airlines (ซาอุเดีย แอร์ไลน์) เที่ยวบินที่ SV3645 เส้นทางหาดใหญ่ (HDY) – มา ดีนะห์ (MED) จำนวนผู้โดยสาร 359 คน โดยมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดสงขลา คณะอนุกรรมการประจำศูนย์อำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จังหวัดสงขลา หน่วยงานราชการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารอเนกประสงค์ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการจัดบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงน้ำดื่มไว้คอยบริการ เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง

ส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ…

ททท.หาดใหญ่ พาสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์สุดน่ารัก กับเวิร์กช็อปช็อกโกแลต “Singora Cocoa” เมืองสงขลา

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 นาง…

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ จัดกิจกรรม “Pan Songkran Hash to Songkhla” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและขยายวันพักหลังเทศกาล สงกรานต์ โดยคาดว่าจะมีนักวิ่งชาวต่างชาติเข้าร่วมกว่า 800 คน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างว…

วันที่ 18 เมษายน 2569 (เวลา 09.10 น.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอำนวยพรและส่งชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ในเทศกาลฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447) ณ ราชอาณาจักรชาอุดิอาระเบีย ในเที่ยวบินปฐมฤกษ์โดยสายการบิน Saudia Airlines (ซาอุเดีย แอร์ไลน์) เที่ยวบินที่ SV364 เส้นทางหาดใหญ่ (HDY) – มาดีนะห์ (MED) จำนวนผู้โดยสาร 341 คน โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดสงขลา นายอำเภอ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์อำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จังหวัดสงขลา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารอเนกประสงค์ ท่าอากาศยานหาดใหญ่

ในการนี้ นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผ…

ประเด็น

MEGA HALAL Bangkok 2026 เปิดประตูธุรกิจฮาลาลไทยสู่เวทีการค้าระดับโลกยกทัพผู้ร่วมแสดงสินค้าฮาลาลชั้นนำกว่า 200 รายจากทั่วเอเชียพร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ สัมมนาเข้มข้น 3 วันเต็ม และแคมเปญสนับสนุนผู้ซื้อสุดเอ็กซ์คลูซีฟหาดใหญ่, สงขลา – 30 มิถุนายน 2569 – บริษัท คอมเอเชีย จำกัด (Comasia Limited) จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “MEGA HALAL Bangkok 2026” ภายใต้แนวคิด “A Major International Sourcing Exhibition Dedicated to the Halal Market” โดยจัดขึ้น ณ โรงแรมเซาท์เทิร์น แอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลาให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ร่วมแสดงสินค้าจากนานาชาติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเพื่อรับฟังทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของงานแสดงสินค้าครั้งนี้งาน MEGA HALAL Bangkok 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ โดยจะรวบรวมผู้ประกอบการฮาลาลชั้นนำกว่า 200 รายจากทั่วภูมิภาคเอเชีย อาทิ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อจัดแสดงสินค้าและบริการฮาลาลคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของตลาดฮาลาลโลกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดไฮไลต์สำคัญภายในงาน:มหกรรมสินค้าฮาลาลครบวงจร: ครอบคลุมตั้งแต่ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวและการบริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) ไปจนถึงเทคโนโลยีและโซลูชันที่ช่วยยกระดับห่วงโซ่อุปทานฮาลาลโปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching Program): แพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ ฮาลาลในการเจรจาการค้าและสร้างพันธมิตรโดยตรงกับผู้ซื้อรายใหญ่ที่มีศักยภาพสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติงานสัมมนาวิชาการ 3 วันเต็ม: พบกับผู้เชี่ยวชาญและผู้นำในอุตสาหกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา ที่จะมาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ในหัวข้อ ระบบการเงินอิสลาม, การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในระบบโลจิสติกส์ฮาลาล, นวัตกรรมอาหาร และแนวโน้มของตลาดแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ซื้อ (Premium Buyer Sponsorship Campaigns)จากกระแสตอบรับการลงทะเบียนล่วงหน้าที่ยอดเยี่ยมทะลุเป้าและทำลายสถิติจากครั้งที่ผ่านมา ผู้จัดงานจึงได้มอบสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนผู้ซื้ออย่างตรงจุด ดังนี้:แคมเปญสำหรับผู้ซื้อชาวไทย: สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ซื้อจากภูมิภาคภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย รับสิทธิ์ที่พักโรงแรมฟรี 1 คืน พร้อมบริการอาหารกลางวันแคมเปญสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ: ออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้ซื้อจากนอกประเทศไทย โดยมอบสิทธิ์ที่พักโรงแรมฟรี 2 คืน หรือเงินสนับสนุน (Subsidy) จำนวน 200 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงการค้าระดับโลกวิสัยทัศน์จากผู้นำอุตสาหกรรมมร. จาเวด ข่าน (Mr. Javed Khan) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คอมเอเชีย จำกัด ได้นำเสนอภาพรวมของงานพร้อมเน้นย้ำถึงศักยภาพอันมหาศาลของประเทศไทยว่า “ประเทศไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่งในฐานะฐานการผลิตสินค้าฮาลาลที่มีคุณภาพระดับโลก งานแสดงสินค้าในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการนำพาธุรกิจไทยและเอเชียเข้าสู่เครือข่ายการค้าโลกที่สร้างผลกำไร ผ่านระบบการจับคู่ธุรกิจที่มีโครงสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ”นายมารุต เมฆลอย นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับโอกาสในตลาดต่างประเทศว่า “อุตสาหกรรมฮาลาลขยายตัวไปไกลกว่าแค่เรื่องของหลักศาสนา แต่เป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เติบโตสูง บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และมาตรฐานสากล โอกาสของประเทศไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน ตะวันออกกลาง และตลาดมุสลิมทั่วโลกนั้นไร้ขีดจำกัด”งาน MEGA HALAL Bangkok 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการไทยและกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สู่สปอตไลต์ของเศรษฐกิจโลก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของไทยจะสามารถตอบสนองต่อข้อกำหนดและการรับรองมาตรฐานคุณภาพในระดับสากลขอเชิญชวนผู้บริหารในอุตสาหกรรม ผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าชั้นนำในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.megahalal-bangkok.comเกี่ยวกับ MEGA HALAL Bangkok 2026MEGA HALAL Bangkok 2026 คือ งานแสดงสินค้าฮาลาลและแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจระดับนานาชาติ ที่มุ่งมั่นเชื่อมโย ผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วเอเชียและตลาดโลก เพื่อผลักดันสินค้า บริการ และโซลูชันฮาลาลคุณภาพสู่เวทีการค้าระดับสากล

⚡️กฟผ. แจงวาทกรรม “เสือนอนกิน” ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไร.📢 นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่า กฟผ. เป็นเสือนอนกิน ผลิตไฟเองเพียง 29% แต่เป็นคนกลางรับซื้อไฟเอกชน 71% มาขายต่อจนมีกำไรปีละนับหมื่นล้านบาท กฟผ. ควรลดราคาให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟของประชาชนลดลงด้วยนั้น.✅ ข้อเท็จจริงที่ กฟผ. ขอชี้แจงกฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องดำเนินงานผลิตและรับซื้อไฟฟ้าตามนโยบายและการกำกับของหน่วยงานภาครัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน เพียงแค่ให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการลงทุนและดำเนินกิจการโดยไม่เป็นภาระต่อหนี้สาธารณะเท่านั้น อีกทั้งยังมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำกับควบคุมผลตอบแทนการลงทุน (ROIC) ของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด.💡 โครงสร้างรายได้ของ กฟผ.หากพิจารณาองค์ประกอบค่าไฟฟ้าซึ่งกำหนดโดย กกพ. พบว่า รายได้ของ กฟผ. มีเพียง👉 ค่าซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า กฟผ. ในอัตรา 0.22 บาทต่อหน่วยขายปลีก👉 ค่าระบบส่ง กฟผ. ในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วยขายปลีก.ซึ่งเป็นอัตราเดิมตามโครงสร้างค่าไฟฟ้า ปี 2558 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดส่วนค่าซื้อไฟฟ้าเอกชนและต่างประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดนั้น กฟผ. เป็นเพียงผู้รับซื้อไฟฟ้าตามราคาที่รัฐกำหนดและดำเนินการตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าฯ เท่านั้น ไม่มีการบวกกำไรเพิ่มแต่อย่างใดนอกจากนี้ กฟผ. ยังคงแบกรับภาระค่า Ft ค้างรับสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 35,928 ล้านบาท.💰 กำไรของ กฟผ. นำไปใช้ประโยชน์อะไร?กำไรของ กฟผ. ได้รับการจัดสรรตามระเบียบ สคร. เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็น1️⃣ นำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดิน — กว่า 10 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ติดอันดับเป็น 1 ใน 5 หน่วยงานที่นำส่งรายได้แผ่นดินมากที่สุด2️⃣ นำไปลงทุนในระบบไฟฟ้า ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและส่งไฟฟ้าของประเทศ เสริมความมั่นคงทางพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล.นอกจากนี้ กรณี กฟผ. มีผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าที่ กกพ. กำหนด กฟผ. ต้องนำกำไรส่วนเกินส่งคืนรัฐ (Claw Back) โดย กกพ. มีมติให้นำเงินดังกล่าวมาใช้บริหารค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) เพื่อปรับลดค่าไฟฟ้าของประชาชนต่อไป.🔌 ค่าไฟฟ้าสาธารณะส่วนค่าไฟฟ้าสาธารณะซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) นั้น ปัจจุบัน กกพ. อยู่ระหว่างเร่งรัดการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟน. และ กฟภ.) ติดตั้งมิเตอร์เพื่อวัดการใช้ไฟฟ้าให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม กฟผ. พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อทบทวนแนวทางการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน.”กฟผ. ตระหนักดีว่า กฟผ. เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจจึงมิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน โดยราคาค่าไฟฟ้าและกำไรของ กฟผ. ถูกกำกับโดย กกพ. ให้มีรายได้เพียงพอต่อการลงทุนและบริหารกิจการเท่านั้น และต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดินเพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งประเทศ”.