แนวทางการบังคับใช้กฎหมายผู้ประกอบการถนนศุภสารรังสรรค์
(บริเวณตั้งแต่หน้าธนาคารกสิกรไทย ไปถึงสี่แยกตลาดกิมหยง ถนนศุภสารรังสรรค์)

ตามที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้มีประกาศเทศบาลนครหาดใหญ่ ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เรื่อง กำหนดพื้นที่ผ่อนผัน

การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2564 จนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2567

ตามประกาศเทศบาลนครหาดใหญ่ เรื่องกำหนดระยะเวลาพื้นที่ผ่อนผันการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทาง

สาธารณะ และประกาศเทศบาลนครหาดใหญ่ ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ได้มีการกำหนดระยะเวลาพื้นที่ผ่อนผันการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ บริเวณตั้งแต่หน้าธนาคารกสิกรไทย ไปถึงสี่แยกตลาดกิมหยง ถนนศุภสารรังสรรค์ ระยะทาง 100 เมตร โดยในประกาศสิ้นสุดการผ่อนผันบริเวณดังกล่าวในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งปัจจุบันได้ครบกำหนดระยะเวลาพื้นที่ผ่อนผันการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ และไม่ได้มีการประกาศกำหนดให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ผ่อนผันอีกต่อไปแล้ว แต่ปรากฏว่ายังมีผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ยอมเคลื่อนย้ายออกไป
วันที่ 30 สิงหาคม 2567 เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า ดำเนินการออกจากพื้นที่จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 แต่ผู้ประการจำหน่ายสินค้าก็ยังไม่เคลื่อนย้ายออกแต่ประการใด และเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2567 เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้จำหน่ายสินค้าออกจากพื้นที่ (ครั้งสุดท้าย) (ตามที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567) แต่ปรากฏว่า ยังมีผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าและไม่ออกจากพื้นที่ ตามกำหนดระยะเวลาแต่อย่างใด
เทศบาลนครหาดใหญ่ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 19,20,39 และมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงได้แจ้งให้ผู้จำหน่ายสินค้าออกจากพื้นที่บริเวณตั้งแต่หน้าธนาคารกสิกรไทย ไปจนถึงสี่แยกตลาดกิมหยง ถนนศุภสารรังสรรค์ ระยะทาง 100 เมตร (ที่สาธารณะ) ทันที โดยเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้จัดพื้นที่ผ่อนผันการจำหน่ายสินค้าไว้ที่บริเวณถนนแสงอาทิตย์ และสามารถแจ้งความประสงค์การจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ที่งานรักษาความสงบ (เทศกิจ )ฝ่ายปกครอง สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้งนี้หากผู้ประกอบการยังคงเพิกเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ เทศบาลนครหาดใหญ่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ติดตามรายละเอียดได้ทาง
เว็บไซต์Metro hatyai News(มหานครหาดใหญ่นิวส์)
www.metro915news.com
ลงข่าวและโฆษณาโทร0988796292

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.