“หมอชาย” รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่เปิดโครงการส่งเสริมอาชีพตามความต้องการของประชาชน ปีงบประมาณ 2568 การเพิ่มมูลค่าปลากะพงสามน้ำ (จีไอ.) ด้วยเทคนิค อิเคะจิเมะ บ้านท่าเสา สทิงหม้อ สิงหนคร สงขลา


วันนี้ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยคณะ เดินทาง

มาเป็นประธานเปิดโครงการ ส่งเสริมอาชีพตามความต้องการของประชาชน ปีงบประมาณ 2568 การเพิ่มมูลค่าปลากะพงสามน้ำ (จีไอ.) ด้วยเทคนิค

อิเคะจิเมะ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของเทศบาลเมืองสิงหนคร ภายใต้การนำของ นายกอง จันทร์สว่าง นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร


นายนพดล สุระสังวาลย์ นายอำเภอสิงหนคร กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ

และกล่าวต้อนรับ นายกอง จันทร์สว่าง นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร กล่าวถึงการจัดโครงการในครั้งนี้ เกิด

จากการดำเนินการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองสิงหนคร ซึ่งมีพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะหมู่บ้านท่าเสา ในพื้นที่ตำบลสทิงหม้อ

ประชาชนมีอาชีพทำประมงเป็นอาชีพหลัก การส่งเสริมการทำประมง ทางเทศบาลได้จัดสรรงบประมาณ โดยมีภาคเอกชนร่วมให้การสนับสนุน ณ บ้านปลาหมายเลข 9 กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะเลชุมชนบ้านใหม่ (ท่าเสา) ม.1 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา
นายเดชอิศม์ ขาวทอง ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข ได้กล่าวเปิดงานและกล่าวทักทายพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมโครงการพร้อมทั้งกล่าวเน้นย้ำเรื่องของการทวงคืนเอกราชทางสิ่งแวดล้อมให้จังหวัดสงขลาตลอดถึงความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา โดยจะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องต่อไป หลังจากนั้น “หมอชาย” ได้เดินทางต่อไปยัง มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา สมทบกับคณะของรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในโอกาสเดินทางมาปฎิบัติภาระกิจในจังหวัดสงขลา ร่วมเปิดโครงการ ขับเคลื่อนโครงการคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเยี่ยมชมศูนย์โรคหัวใจและหน่วยบริการโรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลสิงนครส่วนหน้า ต่อไป

ติดตามรายละเอียดได้ทางMetro hatyai News
ลงข่าวและโฆษณาโทร0988796292
www.metro915news.com

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.