มรภ.สงขลา จับมือ ทม.เขารูปช้าง-ชมรมกีฬาเรือพาย-สำนักงานวัฒนธรรม จัดแข่งขันเรือยาวประเพณีวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ร่วมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำอันทรงคุณค่าของชาติ พร้อมผลักดันให้เป็น Soft Power ระดับชาติและนานาชาติ

วันที่ 17 สิงหาคม 2567 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา (มรภ.สงขลา) จัดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลแข่งขันเรือยาวประเพณี วิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ณ บริเวณสำนักศิลปะและวัฒนธรรม โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย รศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ อธิการบดี มรภ.สงขลา นายนราเดช คำทัปน์ นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง นายไพโรจน์ รัตนภิรมย์ ประธานชมรมกีฬาเรือพายจังหวัดสงขลา/ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการ มรภ.สงขลา นายกรกฤช พงศ์พัสสะระ ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการพิธีการที่ 15 สงขลา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา และ ผศ.ดร.บรรจง ทองสร้าง ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา

การจัดงานเทศกาลแข่งขันเรือยาวประเพณี มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมประเพณีอันดีงามในวิถีชีวิตของชาวสงขลาที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำอันทรงคุณค่าของชาติ นอกจากนั้น ยังเป็นการฟื้นฟูและผลักดันประเพณีการแข่งขันเรือยาวในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้เป็น Soft Power ของจังหวัดสงขลา ให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ ช่วยกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ยกระดับเศรษฐกิจชุมให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การแข่งขันเรือยาวประเพณีวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ครั้งที่ 1 จะจัดขึ้นในวันที่ 24 และ 25 สิงหาคม 2567 ณ คลองสำโรง หมู่ที่ 6 ต.เขารูปช้าง จ.สงขลา ประเภทการแข่งขัน ได้แก่ 1. เรือยาว 7 ฝีพาย เยาวชน อายุไม่เกิน 18 ปีชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท 2. เรือยาว 9 ฝีพาย 14 จังหวัดภาคใต้ ชิงเงินรางวัลรวม 5,500 บาท 3. เรือยาว 12 ฝีพาย 14 จังหวัดภาคใต้ ชิงเงินรางวัลรวม 85,000 บาท 4. เรือยาว 16 ฝีพาย 14 จังหวัดภาคใต้ ชิงเงินรางวัลรวม 120,000 บาท โดยมีทีมเรือยาวให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน 46 ทีม

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.