มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร
แก่ผู้สำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 24-25 ประจำปีการศึกษา 2565-2566
โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุจิต บุญบงการ นายกสภามหาวิทยาลัยหาดใหญ่
เป็นประธานในพิธี ในวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ณ อาคารศูนย์กีฬาและกิจการนักศึกษา
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สำหรับผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มีจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ 1. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เภสัชกรหญิง กฤษณา ไกรสินธ์ุ ผู้ได้รับปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน ประเภทวิชาการ 2. ท่านประคอง เตกฉัตร ผู้ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ ประเภททั่วไป และมีผู้เข้ารับประสาทปริญญาบัตร ระดับบัณฑิต มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต รวมทั้งสิ้น 1,195 คน


ในปี 2565 – 2566 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินงานตามพันธกิจหลากหลายด้าน ทั้งพันธกิจด้านการวิจัย โดยสนับสนุนการทำวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สร้างการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น ทั้ง 16 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ทำให้ชุมชนนวัตกรรมของจังหวัดสงขลา มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเกิดความยั่งยืนจนทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ตลอดช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยได้ลงพื้นที่ในการทำความเข้าใจกับชุมชน พยายามพัฒนาชุมชนหลายแห่ง ให้เกิดนวัตกรชุมชน หรือผู้นำในการพัฒนาท้องถิ่น สร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ชุมชนสามารถเกิดการเรียนรู้และต่อยอดให้แก่คนทุกช่วงทุกวัย สามารถสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สร้างการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง จนทำให้เศษฐกิจของชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น


และในปีนี้ (2567) ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ คว้ารางวัลชนะเลิศ THE Awards Asia 2024 รางวัลสำหรับมหาวิทยาลัย ในสาขาการมีส่วนร่วมที่โดดเด่นในการพัฒนาภูมิภาค (Outstanding Contribution to Regional Development) นับเป็นการประกาศศักยภาพมหาวิทยาลัยเอกชนของไทย ที่มีคุณภาพโดดเด่นในระดับนานาชาติ


ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่เปิดสอนรวม 7 คณะ ทั้งระดับปริญญาตรี ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก

By Kasima

ใส่ความเห็น

ประเด็น

EGAT x Mission to Sustainability.กฟผ. คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเร่งเดินหน้ายกระดับระบบพลังงานของประเทศด้วยการ เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.1️⃣ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกฟผ. เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำร่องที่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี.2️⃣ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเดินหน้าโดยการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-Storage Hydropower: PSH) ที่เป็นแบตเตอรี่พลังน้ำ ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก📌 เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี📌 โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา.ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ📌 สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี📌 โครงการสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน.3️⃣ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย (Grid Modernization)กฟผ. ได้มีการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า พัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และตั้งศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง และ AI มาคำนวณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมล่วงหน้า.กฟผ. พร้อมเดินหน้าสู่ภารกิจแห่งความยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน 💚.

🌍⚡ ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero Emissions ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พลังงานสะอาด.💡 SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตไฟฟ้า 🌱.🔋 จุดเด่นคือใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในปริมาณน้อย แต่ผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล เติมเชื้อเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องราว 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG.สำหรับประเทศไทย SMR อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับการเติบโตของ AI, Data Center, ระบบขนส่งไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน.